DM CoP

Thursday, June 09, 2005

กำไรที่ได้จาก "ตลาดนัดคุณอำนวย"

ตามปกติเมื่อดิฉันไปร่วมประชุมหรือสัมมนา เวลาฟังผู้อื่นบรรยาย นำเสนอ หรือแสดงความคิดเห็น ดิฉันมักมีจินตนาการต่อจากที่ฟังที่ได้ยินนั้นว่า มีอะไรที่จะเอากลับไปใช้ในงานที่รับผิดชอบอยู่ได้บ้าง และจะบันทึกข้อคิดดีๆไว้ ดิฉันไม่ชอบวางแผนอะไรล่วงหน้าให้ตายตัว เป็นประเภทคิดไปทำไป เพราะมีประสบการณ์ตอนอยู่ภาคราชการที่ต้องทำแผนล่วงหน้านานๆ ถึงเวลาจริงๆ มักไม่ค่อยได้ทำตามแผน หรือบางครั้งก็ "แค่น" ทำไปอย่างนั้นเอง

การที่ดิฉันได้ไป "share and learn" เรื่องทักษะ กระบวนการ และสิ่งสนับสนุนต่อการเป็นคุณอำนวยในการจัดการความรู้แล้ว ใน "ตลาดนัด-คุณอำนวย" ที่ศูนย์ประชุมบ้านผู้หว่าน ระหว่างวันที่ ๒-๓ มิถุนายน ๒๕๔๘ ดิฉัน "ได้กำไร" อีกหลายอย่างที่นอกเหนือจากความคาดหมาย พอจะเขียนได้ดังนี้

  • ได้เพื่อนและเครือข่าย งานครั้งนี้ไม่มีกำแพงใดๆ ขวางกั้น คนทุกวัยไม่ว่าหนุ่ม-สาว กลางคน หรือผู้สูงวัย ก็สนิทสนม พูดคุยกันได้สนุกสนาน คุณประกิจ โพธิอาศน์ และคุณเกศราภรณ์ สุขทรัพย์ศรี จากสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดอยุธยา ให้ชื่อคุณหมอที่โรงพยาบาลอยุธยา ซึ่งรับผิดชอบด้านเบาหวาน ทางเราจะติดต่อชักชวนมาร่วมเครือข่ายต่อไป นพ.ธัญญ์ องคะกุล แพทย์ศัลยกรรมจากโรงพยาบาลค่ายสมเด็จฯ (รูปหล่อ เสียงก็หล่อ) ก็มี blog ชื่อ http://thaisurg.blogspot.com ดิฉันแอบไปเยี่ยมมาแล้ว สมาชิกอาจเข้าไป share เรื่องการผ่าตัดในผู้ป่วยเบาหวานก็ได้ คุณหมอถนัดพิมพ์เป็นภาษาอังกฤษ แต่รับรองว่าสามารถอ่านภาษาไทยที่เราส่งไปได้แน่นอน
  • ได้กำลังใจ เพราะตอนที่จัดตลาดนัดความรู้การดูแลผู้ป่วยเบาหวาน ดิฉันยังมีความรู้เรื่อง knowledge sharing ไม่มากนัก แม้จะใช้เวลาในการเตรียมการพอสมควร แต่ก็ยังรู้สึกว่า "น่าจะดีกว่านี้ถ้า......." ยกตัวอย่าง การให้ผู้เข้าร่วมกิจกรรมเล่าเรื่องความสำเร็จ เราก็ไม่มีแนวทางที่ชัดเจนให้ว่าจะต้องเล่าอย่างไร มารู้ทีหลังจากข้อเขียนของ ศ.นพ.วิจารณ์ พานิช ใน http://blog-for-thai-km แต่ นพ.พิเชฐ บัญญัติ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลบ้านตาก (มีชื่อเสียงมากด้านการจัดการความรู้ทั้งโรงพยาบาล) บอกว่า "ไม่รู้ก่อนก็ดี ทำให้ไม่ติดกรอบ" ดิฉันจึงมีความรู้สึกดีขึ้นเยอะและเกิดความคิดท้าทายว่า บางอย่างก็ไม่จำเป็นต้องทำเหมือนๆ กัน คิดเอง ทำเอง ก็ได้ ดูตามสถานการณ์และบริบท
  • ข้อมูลจากผู้เข้าร่วมกิจกรรมที่มาจากโรงพยาบาลและสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด แสดงให้เห็นว่าได้ใช้ การจัดการความรู้ (KM) เป็นเครื่องมือไปสู่คุณภาพและ HA บรรยากาศที่เขาเล่า ดิฉันคิดว่าบุคลากรที่นั่นเขามีความสุขกับการทำงานแบบนี้ ไม่เห็นเรื่องของคุณภาพเป็นภาระงานที่เพิ่มมากขึ้น เป็นการบูรณาการ KM กับงาน
  • คุณทรงพล เจตนาวณิชย์ หัวหน้าโครงการความร่วมมือเพื่อพัฒนาสถาบันจัดการความรู้ของชุมชนท้องถิ่น ให้หลักคิดที่สำคัญหลายเรื่องที่สามารถนำมาใช้ในการดูแลผู้ป่วยเบาหวาน เช่น "ต้องเอาวิถีชีวิตเป็นตัวตั้ง" "ภาษาที่สื่อสารต้องเห็นชัด ทำแล้วเห็นผล concern กับอารมณ์ความรู้สึกของคน" "การเรียนรู้ต้องเปลี่ยนความคิด ความเคยชิน (เปลี่ยนกระบวนทัศน์) พฤติกรรมจึงจะเปลี่ยน"
  • คำกล่าวของ นพ.พิเชฐ บัญญัติ เกี่ยวกับการเตรียมองค์กร "พอมาจัดงาน อะไรก็ดีไปหมด พอกลับไปองค์กร อาจเป็นอีกอย่างหนึ่ง เหมือนมาเจอต้นไม้พันธุ์ดี ก็หิ้วกลับไปบ้าน ไปปลูกก็อาจจะเหี่ยวเฉาหรือตายไป" ทำให้ได้แนวทางว่าหลังจากเราจัดตลาดนัดความรู้ไปแล้ว สมาชิกได้เรียนรู้ทั้งเรื่องของการจัดการความรู้และการดูแลผู้ป่วยเบาหวาน แต่การจะนำไปใช้ต่อคงต้องดูที่องค์กรด้วย ดิฉันจึงชวนคุณธวัช หมัดเต๊ะ ว่าเราควรจะไปเยี่ยมเยียนสมาชิกของเราบ้างว่า เมื่อกลับไปทำงานแล้วเขานำความรู้ไปใช้ต่อได้หรือเปล่า ต้องการการสนับสนุนอะไรอีก เราจะช่วยเขาอย่างไรให้สามารถนำ KM ไปพัฒนาการดูแลผู้ป่วยเบาหวาน
  • ประสบการณ์ตรงของดิฉันในการเข้ากลุ่มย่อยและทำงานตามโจทย์แต่ละหัวข้อ มีความรู้สึกว่าบางครั้งเราแลกเปลี่ยนกันยัง "ไม่ถึงที่สุด" ยังไม่เห็นพร้องต้องกันทั้งหมดเสียทีเดียว บางท่านกล่าวว่า "คุยกันแบบหยวนๆ" ขุมและแก่นความรู้ที่ได้จึงอาจจะยังไม่แม่นตรงนัก ดิฉันจึงได้แนวทางการ verify แก่นความรู้การดูแลผู้ป่วยเบาหวาน อีกทางหนึ่ง โดยใช้เรื่องเล่าจากสมาชิกมายืนยันซ้ำอีกครั้ง สมาชิกท่านใดมีเรื่องเล่าที่น่าประทับใจ ขอให้ส่งเข้ามาเยอะๆ ได้ที่ e-mail: vallatan@theptarin.com หรือ vallatan@yahoo.com

วัลลา ตันตโยทัย

๙ มิถุนายน ๒๕๔๘

0 Comments:

Post a Comment

<< Home