DM CoP

Wednesday, June 01, 2005

คุณค่าของความรู้จากการปฏิบัติ

ระหว่างวันที่ ๑๒-๑๕ พฤษภาคม ๒๕๔๘ ดิฉันไปร่วมประชุมวิชาการที่จัดโดยคณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล ในโอกาสที่คณะฯ ครบ ๓๖ ปี เพื่อเฉลิมฉลองพระชนมายุ ๕๐ พรรษา สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารี ที่ศูนย์ประชุมอิมแพค เมืองทองธานี การประชุมครั้งนี้มีผู้ลงทะเบียนเข้าร่วมประชุมเกือบ ๕๐๐๐ คน

nurse careดิฉันได้เข้าฟังการบรรยายในหัวข้อการจัดการองค์ความรู้สู่การปฏิบัติ ของพยาบาลด้วยความสนใจ แต่ต้องผิดหวังเพราะวิทยากรเน้นแต่เรื่องการนำความรู้จากงานวิจัยมาใช้ในการปฏิบัติ แม้จะมีการกล่าวถึง Model การจัดการความรู้ของ สคส. อยู่บ้าง แต่ไม่ได้แสดงให้เห็นภาพที่ี่ถูกต้อง เรื่องของการจัดการความรู้นี้จึงเป็นสิ่งที่ "ไม่ทำไม่รู้" ตามที่ ศ.นพ.วิจารณ์ พานิช กล่าวอยู่บ่อยๆ

ดิฉันนั่งฟังการบรรยายในส่วนนี้ ๒ หัวข้อ เกิดความรู้สึกเศร้าใจอยู่ลึกๆ เนื้อหาในภาพรวม สะท้อนว่าผู้ที่ปฏิบัติงานอยู่ในคลินิก ต้องไขว่คว้าหาความรู้จากภายนอกเข้ามา ต้องทำวิจัยจึงจะได้ความรู้ และต้องใช้ความรู้จากการวิจัยจึงจะดูแลผู้ป่วยได้ดี ความจริงเรื่องนี้ถูกต้องเพียงบางส่วนเท่านั้น

เราถูกสอนว่าการปฏิบัติการพยาบาลเป็นหัวใจของวิชาชีพ ดิฉันคิดว่าวิชาชีพอื่นทางด้านสาธารณสุขก็คงจะคล้ายคลึงกัน เราสั่งสมความรู้จากการปฏิบัติเยอะมาก เพราะการดูแลผู้ป่วยแต่ละราย แม้จะเจ็บป่วยด้วยปัญหาเดียวกัน ก็มีความแตกต่างกัน เรารู้ได้อย่างไรว่าผู้ป่วยคนไหน ต้องให้การดูแลอย่างไร เราทำนายผลลัพธ์ที่จะเกิดขึ้นได้อย่างไร..........

คำถามเหล่านี้คงต้องหาคำตอบจากผู้ที่ปฏิบัติงานจริงจึงจะเหมาะสมที่สุด เสียดายที่ผู้ปฏิบัติงานส่วนใหญ่ไม่ได้มีโอกาสทบทวน ไตร่ตรอง และสกัดความรู้จากการทำงานของตนเองออกมา เมื่อดิฉันมองย้อนไปในอดีต มีการดูแลผู้ป่วยหลายรายที่มีผลสำเร็จน่าชื่นชม เช่น ผู้ป่วย CVA รายหนึ่งที่มี sepsis และ respiratory failure แพทย์เจ้าของไข้บอกญาติว่าคงอยู่ได้ไม่เกิน ๓ วัน ให้เตรียมหลักฐานสำหรับทำใบมรณบัตรไว้ แต่พวกเราสามารถดูแลจนผู้ป่วยถอดเครื่องช่วยหายใจออกได้ (ใช้เวลาหลายเดือนมาก) และกลับบ้านได้ในที่สุด ผู้ป่วยมีชีวิตอยู่กับครอบครัวได้อีกหลายปี ผลสำเร็จนี้ทำให้เราภาคภูมิใจ ประทับใจ แต่เสียดายที่ขณะนี้จำรายละเอียดลึกๆ ของการทำงานตอนนั้นไม่ได้ทั้งหมด จำได้เพียงว่าเพราะผู้ป่วยไม่ยอมแพ้ ต่อสู้ พยาบาลมีความตั้งใจและทำงานอย่างเป็นระบบ จากความสำเร็จในการดูแลผู้ป่วยรายนี้ ทางทีมงานได้จัดทำเป็นมาตรฐานการดูแลผู้ป่วยที่ใช้เครื่องช่วยหายใจขึ้น
และนำไปใช้ในผู้ป่วยรายอื่นๆ ต่อไป

การดูแลผู้ป่วยเบาหวานก็เช่นเดียวกัน

ดิฉันเห็นด้วยกับแนวทางการจัดการความรู้ของ สคส. ที่เน้น "ความรู้ในคนทำงาน" จึงขอเชิญชวนสมาชิกทุกท่านมาร่วมกันสร้างความรู้จากการปฏิบัติงานดูแลผู้ป่วยเบาหวาน
ของเรา และยกระดับความรู้นี้ให้สูงขึ้นเรื่อยๆ เพื่อพัฒนาคุณภาพการดูแลผู้ป่วยเบาหวาน ดิฉันเชื่อว่าด้วยวิธีการนี้ จะทำให้คนทำงานตระหนักในคุณค่าและภาคภูมิใจในตนเอง รวมทั้งวิชาชีพ มีความพึงพอใจในการปฏิบัติงาน อยู่ในวิชาชีพได้อย่างมีความสุขและอยู่ได้นาน

วัลลา ตันตโยทัย
๑ มิถุนายน ๒๕๔๘

3 Comments:

  • เป็น Blog Manager ที่ขยันจริงๆ ครับ

    มีอะไรใหม่ๆ ให้อ่านอยู่เสมอเลย ต่อไปน่าจะมีโรงพยาบาลในเครือข่ายเข้ามาร่วมแจม น่าจะยิ่งสนุกและได้ประโยชน์มหาศาลเลยครับ

    ธวัช

    By Blogger MATTE, at 11:22 AM  

  • ขอบคุณ คุณธวัชที่ comment เข้ามา อยากให้โรงพยาบาลอื่นๆ ร่วมแจมด้วยมากๆ เลย ส่งจดหมายไปแจ้งแล้วรอการตอบกลับ กำลังรอว่าถ้าภายในสัปดาห์นี้ไม่มีใครตอบกลับ คงต้องใช้วิธีการโทรศัพท์ไปคุยเป็นรายตัวเลย

    By Blogger DM KM Network, at 1:27 PM  

  • เข้มข้นมากเลยครับทีมงาน ขอแสดงความชื่นชม
    ความจริงได้รับทั้งจดหมาย และ e-mail มาเกือบอาทิตย์แล้วครับ พอมาพบว่าจะโทรคุยรายตัว ก็เลยเข้ามาตอบหน่อย.... (เหมือนแผนกทวงหนี้เลยครับ...)

    เป็นกำลังใจให้นะครับ เพราะรอว่าเมื่อไหร่จะได้เห็นหน้าตา blog ซะที ....นึกว่าจะไม่ทำซะแล้ว
    แต่ที่อาจเงียบๆ คงเป็นเพราะการเข้าถึงnetและเวลาว่างจากงานประจำและไม่ประจำ ของสมาชิกเครือข่าย

    คาดหวังว่าน่าจะคึกคัก ถ้าเผยแพร่ blog มากกว่านี้
    แล้วจะเข้ามาทักทาย บ่อยๆ ครับ

    ภก.เอนก
    โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชธาตุพนม จ.นครพนม

    By Anonymous Anek, at 2:00 PM  

Post a Comment

<< Home